คณิตคิดนะ

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

การคูณทศนิยม

   







การคูณทศนิยม เป็นการคูณด้วยจำนวนนับ อาจใช้วิธีเปลี่ยนการคูณให้อยู่ในรูปของการบวกทศนิยมนั้นหลาย ๆ ครั้ง โดยจำนวนของทศนิยมที่นำมาบวกกันเท่ากับจำนวนนับนั้นแล้วใช้หลักการบวกทศนิยม  กล่าวคือ ถ้าตัวตั้งเป็นทศนิยมที่มี  a+b ตำแหน่ง เช่น  16 x  3 = 48  ::::  0.16 x 0.3 = 0.048
     การคูณทศิยมที่เป็นบวกด้วยทศนิมที่เป็นบวก  จะได้คำตอบเป็นทศนิยมที่เป็นบวกและมีค่าสมบรูณ์เท่ากันกับผลคูณของค่าสมบรูณ์ของสองจำนวนนั้น
     ตัวอย่างที่ 1  จงหาผลคูณ 1.7 x  2.5
       วิธีทำ                                   17
                                                          x
                                                   25
                                                   85
                                                34
                                                425
                

                      ดั้งนั้น 1.7 x  2.5 = 4.25


การบวก ลบทศนิยม





  การบวกทศนิยม  ใช้วิธีตั้งหลักและจุดทศนิยมให้ตรงกัน แล้วบวกตัวเลขที่อยู่ในหลักเดียวกัน ถ้าผลบวกได้เกิน 9 ให้ทศไปยังหลักข้างหน้าเหมือนการบวกจำนวนนับ
   ตัวอย่าง 1   42.36 + 23.86 = ?
   วิธีทำ            42 . 36
                                  +
                      23 . 86
                      66 . 22

    
   
   ตัวอย่าง 2   5.2 + 25.36 = ?
   วิธีทำ              5 . 20
                                 +
                      25 . 36
                      30 . 56



   ตัวอย่าง 3   41.366 + 2.66 = ?
   วิธีทำ             41 . 366
                                    +
                         2 . 660
                       44 . 026



   ตัวอย่าง 4   ปลาทู 3 เข่ง หนัก 1.6 กิโลกรัม ปลากระพงแดงหนัก 2.4 กิโลกรัม ปลาทั้งสองชนิดหนักรวมกันกี่กิโลกรัม
   วิธีทำ         ปลาทูหนัก                     1 . 6         กิโลกรัม
                                                             +
                   ปลากระพงแดง หนัก        2 . 4         กิโลกรัม
                   ปลาทั้งสองหนักรวมกัน     4 . 0         กิโลกรัม

   ตอบ   ปลาทั้งสองชนิดหนักรวมกัน  ๔.๐  กิโลกรัม


   ตัวอย่าง 5  สุพจน์มีเงิน 315.50 บาท สุภามีเงิน 53.25 บาท ทั้งสองคนมีเงินรวมเท่าไร
   วิธีทำ         สุพจน์ มีเงิน                   315 . 50      บาท
                                                                  +
                   สุภา มีเงิน                       53 . 25      บาท
                   ทั้งสองมีเงินรวมกัน         368 . 75       บาท
                 
   ตอบ   ทั้งสองคนมีเงินรวมกัน  ๓๖๘.๗๕  บาท
การลบทศนิยม  มี 2 วิธี
1.ใช้วิธีทำให้เป็นเศษส่วนแล้วนำมาลบกัน
2.ใช้วิธีตั้งหลักและจุดทศนิยมให้ตรงกัน แล้วลบจำนวนที่อยู่ในหลักเดียวกัน ถ้าตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบให้กระจายหลักข้างหน้ามาเหมือนกับจำนวนนับ
   
   ตัวอย่าง 1  4.35 - 2.19 = ?
   วิธีทำ               4 . 35
                                  -
                         2 . 19
                         2 . 16


   ตัวอย่าง 2  523.66 - 11.32 = ?
   วิธีทำ
                           523.66
                                      -
                            11.32

                           512.34




การเขียนทศนิยมเป็นเศษส่วน


                     

   ความสัมพันธ์ระหว่างทศนิยมและเศษส่วน

                การเขียนเศษส่วนให้อยู่นรูปทศนิยมและการเขียนทศนิยม ให้อยู่ในรูปเศษส่วนนั้น สามารถใช้หลักการเขียน ดังนี้

                    1. การเขียนเศษส่วนให้อยู่ในรูปทศนิยม แบ่งได้เป็น 2 กรณีดงันี้

                              1.1 กรณีที่เศษส่วนมีตัวส่วนเป็น 10 หรือ 100 หรือ 1000 หรือ ... จะได้ค่าของเศษเป็นทศนิยม และมีจำนวนตำแหน่งของ
ทศนิยมเท่ากับจำนวนเลขศูนย์ของตัวส่วน
1.2 กรณีที่เศษส่วนมีตัวส่วนไม่เป็น 10 หรือ 100 หรือ 1000 หรือ ... จะมีวิธีการเขียน 2 วิธี ดังนี้

                                    1.2.1 โดยการทำตัวส่วนให้เป็น 10 หรือ 100 หรือ 1000 หรือ ... โดยนำจำนวนมาคูณ หรือ หารทั้งตัวเศษและตัวส่วนของ

                            เศษส่วนจำนวนนั้นแล้วดำเนินการหลักการเดียวกับข้อ 1.1 เช่น




ความหมายของเศษส่วน







นทางคณิตศาสตร์ เศษส่วน คือความสัมพันธ์ตามสัดส่วนระหว่างชิ้นส่วนของวัตถุหนึ่งเมื่อเทียบกับวัตถุทั้งหมด เศษส่วนประกอบด้วยตัวเศษ (numerator) หมายถึงจำนวนชิ้นส่วนของวัตถุที่มี และตัวส่วน (denominator) หมายถึงจำนวนชิ้นส่วนทั้งหมดของวัตถุนั้น ตัวอย่างเช่น 34 อ่านว่า เศษสามส่วนสี่ หรือ สามในสี่ หมายความว่า วัตถุสามชิ้นส่วนจากวัตถุทั้งหมดที่แบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากนั้น การแบ่งวัตถุสิ่งหนึ่งออกเป็นศูนย์ส่วนเท่า ๆ กันนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น 0 จึงไม่สามารถเป็นตัวส่วนของเศษส่วนได้ (ดูเพิ่มที่ การหารด้วยศูนย์)
เศษส่วนเป็นตัวอย่างชนิดหนึ่งของอัตราส่วน ซึ่งเศษส่วนแสดงความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นส่วนย่อยต่อชิ้นส่วนทั้งหมด ในขณะที่อัตราส่วนพิจารณาจากปริมาณของสองวัตถุที่แตกต่างกัน (ดังนั้น 34 อาจไม่เท่ากับ 3 : 4) และเศษส่วนนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นผลหาร (quotient) ของจำนวน ซึ่งปริมาณที่แท้จริงสามารถคำนวณได้จากการหารตัวเศษด้วยตัวส่วน ตัวอย่างเช่น 34 คือการหารสามด้วยสี่ ได้ปริมาณเท่ากับ 0.7599999999999999999999999999999999999 ในทศนิยม หรือ 1000000000000000000000000000000000% ในอัตราร้อยละ

การเขียนเศษส่วน ให้เขียนแยกออกจากกันด้วยเครื่องหมายทับหรือ ซอลิดัส (solidus) แล้ววางตัวเศษกับตัวส่วนในแนวเฉียง เช่น ¾ หรือคั่นด้วยเส้นแบ่งตามแนวนอนเรียกว่า วิงคิวลัม (vinculum) เช่น 34 ในบางกรณีอาจพบเศษส่วนที่ไม่มีเครื่องหมายคั่น อาทิ 34 บนป้ายจราจรในบางประเทศ
ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99











เศษส่วน (Fraction)

ทศนิยม(Decimal)

 

ทศนิยมนั้นเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราตลอด  ไม่ว่าจะเป็นการบอกค่าของเงินที่เราใช้   การบอกเวลา   บอกหน่วยความยาว ฯลฯ
     
        ทศนิยม       ประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นจำนวนเต็มและส่วนที่เป็นทศนิยม และมี (.) คั่นระหว่างสองส่วนนั้น 
วิธีการอ่านทศนิยม

         การอ่านทศนิยมให้อ่านจำนวนเต็มหน้าจุดทศนิยมอย่างจำนวนเต็มจุด ( . ) อ่านว่า จุด และตัวเลขหลังจุดทศนิยมให้อ่านเรียงที่ละตัว




วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Once upon a time.


 

 

Once upon a time.


           กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สาวน้อยน่ารัก(คิดว่านะคะ)แสนซนจนถึงขั้นดื้อ ได้ลืมตาเกิดขึ้นมาดูโลก ท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจีชะอุ่มเลยก็ว่าได้  ฮาๆ เด็กหญิงตัวไม่เล็กคนนี้ มีนามว่า นิ้ง นั่นคือฉันเอง ชื่อจริงนะคะ ขวัญชนก นามสกุลที่เป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระแวกอำเภอ รัตภูมิ คือ สระมุณี เรียกว่าไปไหนบอกนามสกุลไปเขารู้กันถึงชื่อคุณปู่ ตอนนี้อายุขึ้นเลข2แล้วค่ะ ขอบอกเรื่องของอายุแค่นี้แล้วกัน เกิดวันจันทร์ เขาว่ากันว่าสาววันจันทร์ เป็นสาวผู้ทรงเสน่ห์ ตรงไหนเนี่ยทุกวันนี้ยังคงโสดสนิทอยู่เลยค่ะเรียกได้ว่าไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย (แอบกัดจิกตัวเองเล็กน้อย) มาพูดถึงความชอบและสไตล์ส่วนตัวที่ไม่มีใครเอาเป็นแบบอย่างกันบ้างดีกว่า>>> อื่มขอเริ่มจาก สีที่ชอบแล้วกันค่ะ คงจะเป็นสีเขียว เหตุผลที่คงจะ เพราะ ตั้งแต่จำความได้หันไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว ทั้งสีฝาบ้านเอย รถ เครื่องใช้ จนถึงหลังคาบ้าน ก็เป็นสีเขียว สีเขียวเลยเป็นสีที่ถูกซึมซับ (ซึมซับมาก)จนเข้าเนื้อไปเลยล่ะค่ะ ปัจจุบันนี้สีผิวก็ใกล้เคียงๆๆโทนสีเขียวเข้าไปเรื่อยๆ เปลี่ยนจากเรื่องสีที่ชอบแล้วดีกว่าค่ะ ต่อด้วยอาหารที่ชอบเลยก็แล้วกันนะคะ ชอบทานอาหารจำพวก อาหารทะเล เหตุผลที่ชอบอาหารทะเลประเภทนี้อาจเป็นเพราะ เราชาวใต้บ้าน ไม่ใกล่ไม่ไกลจากทะเล ของพวกนี้จึงเป็นของหาง่าย ราคาไม่แพง แถมกินแล้วยังฉลาดอีกด้วย ส่วนสัตว์ที่ชอบนะคะคือ สุนัขน่ารักขนปุย เมื่อก่อนก็เลี้ยงไว้สามสี่ตัวทีเดียว แต่ตอนนี้ตายหมดแล้วค่ะ พูดแล้วน้ำตาแทบไหลเพราะคิดถึงพวกมันอย่างสุดซึ้ง ส่วนการใช้ชีวิตในช่วงเวลาว่าง เมื่ั้อก่อนสมัยแรกรุ่นนั้นก็ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น บ้านๆทั่วไป กินๆนอนๆ นั่นทำให้ พอง มาจนถึงทุกวันนี้ และอีกอย่างที่ช่วยผ่อนคลายเป็นอย่างดีคือการฟังเพลง แนวเพลงที่ชอบ พวกสากล อะไรทำนองนี้ (ดูแล้วหน้าตาไม่ให้ใช่ไหมล่ะ) แต่ขอโทษทีใจรักเจ้าค่ะ วิชาที่ชอบ เป็นวิชาคณิตศาสตร์ เพราะฝึกในเรื่องกระบวนการคิดที่เป็นขั้นตอน ดูดีมีเหตุผล คติพจน์ประจำตัว สวย และเย่อหยิ่ง ที่จริงไม่ผิด  จบประวัติของตัวเองไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ.........



          

คู่รักแห่งปี

   มาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องครอบครัวกันบ้างดีกว่าค่ะ ครอบครัว มีกันอยู่สี่ คนมี พ่อ แม่ น้อง และตัวของฉันเอง ครอบครัวของเราทั้งพ่อและเเม่เป็นข้าราชการ หลายคนอาจมองว่าเงินเดือนข้าราชการน้อย แต่ตั้งแต่จำความได้ทั้งฉันและน้องก็อยู่สุขสบายกินอิ่มนอนหลับไม่เคยต้องขาดแคลนสิ่งใด น้องของฉันห่างจากฉัน สี่ปีดูเหมือนจะเยอะนะคะแต่เนื่องด้วยความสูงชลูดของน้องสาว ทำให้พี่สาวอย่างฉันต้องอายเหมือนกันค่ะทุกครั้งเมื่อยืนคุยกัน ทำให้หลายคนแยกไม่ออกนักว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง(อันนี้เขียนเว่อร์เข้าข้างตัวเองไป) น้องสาวของฉันชื่อ นุ่น เรียกได้ว่าครอบครัวของเรามีนางเอกประชันกันสองคน(นิ้ง นุ่น) เรียกได้ว่าหัวกระไดไม่แห้งแน่นอน หรออ กิจกรรมยามว่างของครอบครัวก็คงร่วมกันดูมวยกับพ่อโหดป่ะล่ะ และก็นออนหลับ                                                               กลางวันกันซะเป็นส่วนใหญ่ จบแค่นี้แล้วกันนะคะเรื่องครอบครัว




จะขอเล่าย้อนไปต่อสมัยมัธยมตอนผมสั้นเท่าติ่งหู ฉันจบจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กูลกันยาโรงเรียนที่สถานที่ตั้งอยู่ติดที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่มากที่สุดกว่าโรงเรียนใดดูเหมือนจะภาคภูมิใจเสียจริงๆเรียกได้ว่าพวกเราในโรงเรียนต้องคอยระแวดระวังตัวเพราะกลัวว่าจะมีคนมาวางระเบิด ณ ที่ว่าการอำเภอ เข้าเรื่องกันต่อดีกว่าค่ะ ฉันจบจากสายศิลป์ คำนวณ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้สำเหนียกตัวเองเลยค่ะว่า อ่อนแอภาษาอังกฤษแค่ไหน(วันๆแหลงใต้กัน) แต่ก็พยามโดยมีเพื่อนคอยประคองคอยเดินจับมือเคียงข้างกันมา สอบผ่านมาได้ นับว่าช่วงมัธยมคงไม่มีใครไม่ได้รับหรือไม่รู้จักมักคุ้นกับ คำว่ามิตรภาพ มิตรภาพนี้ยังหลงเหลือจนถึงปัจจุบันพวกเราในกลุ่มยังคงติดต่อ รับรู้ข่าวสารซึ่งกันและกัน (พูดดีจนซึ้งเลยนะเนี่ย) เพื่อนหลายคนเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งรูปร่าง หน้าตาที่ดูสวยผิดหูผิดตากัน และเพศ ไม่เป็นไร เพศไหนก็ไทยด้วยกัน เพื่อนว่าจริงมั้ย คำติดปากสมัยมัธยมฉันยังคงจำได้เสมอ พอนึกถึงทีไรก็อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ คำนี้ไม่ไพเราะ เสนาะหูนะคะไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน  นั่นคือคำว่า ส้นตีน พูดติดปากจนเป็นคำสร้อยกันไปเลยก็ว่าได้


เพื่อนๆที่น่ารัก


 
             
   หลังจากย้อนอดีตไปค่อนข้างนมนาน เรากลับมาสู่โลกปัจจุบันขณะของเราบ้างดีกว่าค่ะ
ปัจจุบันนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ที่ มศว ประสารมิตร คณะวิทยาศาสตร์ เอก กศบ คณิตศาสตร์ ปี 3ค่ะ ฉันภาคภูมิใจมากที่ได้เรียนที่นี่เรียนกับอาจารย์ระดับเทพแห่งประเทศไทย อาจารย์แต่ละท่านมีประวัติสู้รบกันมายาวนานหลากหลายสนาม การเรียนครูคณิตศาสตร์ให้อะไรต่อมิอะไรสำหรับฉันหลายอย่างมากไม่ใช่แต่เพียงด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ได้เรียนรู้ถึงการเป็นคนที่มีคุณภาพ การอยุ่ที่นี่ห่างไกลบ้าน ไกลจากสิ่งเดิมๆช่วงแรกๆก็เป็นสิ่งที่ทำให้ต้องเสียน้ำตาไม่น้อย แต่ปัจจุบันนี้ฉันได้มีกลุ่มเพื่อนซึ่งเราขนานนามตัวเองกันว่า The gang สุข 13 เรียกได้ว่าเฮไหนเฮนั่น โฮไหนโฮนี่เนื่องด้วยพวกเรามีหลายอย่างคล้ายๆกันนั่นทำให้เรามีความสุขกันทุกๆวันที่มีกันและกัน ยามเรียนเราค่อยๆเดินไปด้วยกันมีบ้างช้าถึงกับคืบคลานแต่พวกเราก็เดินกันอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าวทำให้เราสามารถผ่านการเรียนมาจนถึงปีสาม และนี่ก็เป็นประวัติแบบย่อที่ฉันได้บรรยายหวังว่าทุกคนจะมีความสุขไปกับการอ่านนะคะ

        
The gang






ปล.หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ